10 years together

posted on 16 Sep 2009 06:33 by lilitu

 

 

 

 

Photobucket

 

 

It's been 10 years already
.
Time flies, eh? 
.
.
Being able to know them since their Jr. years
.
plus another 10 years of Arashi
.
it makes me feel really old
.
things passed surprisingly quick  -*-
.
.
But I'm glad anyway 55
.
.
I can't believe those Jr. boys can become this great
.
.
Salute to the boys
.
.
Salute to Arashi
.
.
I'm glad to be your fan
.
.
Still looking foward to another days and years together
.
.
.
Love Arashi, always  ( ^ ^ )v

Trans : CanCam 08/09

posted on 23 Jul 2009 08:36 by lilitu

 

 

 

 

 

 

Ohno Satoshi


มันช่างยาวนานแต่ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อคุณมองย้อนกลับไป!?

ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับสิบปีที่ท่วมท้นเต็มเปี่ยมนี้!


เมื่อได้มีการกำหนดให้พวกเราไปฮาวาย ก็เกิดเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นในหัวผมมากมายว่า "ทำไมเมมเบอร์เหล่านี้ต้องไปฮาวายด้วย!?" และ "จากนี้ต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น!?" (หัวเราะ)


หลังจากนั้นการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเรื่องการเดบิวก็มีขึ้น (หัวเราะ) ตอนแรกผมไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ช่วงนั้นเราทั้งห้าคนก็ได้มีเวลามานั่งจับเข่าคุยกันว่า "เราจะทำยังไงกันต่อไปจากนี้?


มันเป็นบรรยากาศที่ตึงเครียดมาก (หัวเราะ) แต่หลังจากที่พวกเราได้พูดคุยกันในเรื่องที่พวกเราอยากจะทำ และเรื่องทำคอนเสิร์ตในอนาคตให้ประสบความสำเร็จ แล้วบรรยากาศก็ค่อยๆผ่อนคลายลงและความรู้สึกของพวกเราก็เริ่มลงตัว .. ผมคิดว่าอาราชิได้เริ่มต้นจากตรงนั้นแหละ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 


Sakurai Sho


การเป็นพวกเรานี่มันเป็นแบบไหนน่ะเหรอ?

มันเป็นการค้นหาตลอดระยะเวลาสิบปีมานี้

 

 

มันก็เป็นเวลาสิบปีแล้วสินะจากตอนที่เริ่มเดบิวตอนอายุ 17 และตอนนี้ผมก็ 27 แล้ว .. มันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง มันน่าประทับใจมากครับ (หัวเราะ)

เมื่อตอนที่ผมอายุ 17 ตัวผมก็ไปอยู่ที่ฮาวายก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวเสียอีก .. มันค่อนข้างจะน่ากลัว เหมือนกับถูกดูดลงไปในกระเสน้ำวนขนาดใหญ่ ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าผมจะกลายเป็นผมแบบที่เป็นอย่างทุกวันนี้

มันค่อนข้างจะอึกอัดนะตอนนั้น พวกเราไม่ได้สนิทกันมาก่อนการเดบิว เราเป็นกลุ่มที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ของการเดบิวโดยเฉพาะ ดังนั้นมันคงเป็นสิบปีแห่งการค้นหาและสร้างความหมายของการมีตัวตนของอาราชิ และ ความเป็นอาราชิ


พวกเราแต่ละคนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หลายอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจที่สุดคือการต้องมาเป็นผู้ประกาศข่าวนี่แหละครับ .. ผมเข้าเอเจนซี่ตอนอายุ 13 แต่ในวันที่ผมส่งประวัติไป ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าในวันนึงผมจะมานั่งประกาศข่าวน่ะ (หัวเราะ)

 

---------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

Aiba Masaki


ทั้งเมมเบอร์ทุกคน และ การมีชื่อวงว่าอาราชิ ผมชอบมันทั้งหมดเลย!

 

สำหรับผมตอนที่ยังอยู่มัธยมการที่คิดว่าอาราชิจะสามารถอยู่ได้นานถึงสิบปีนั้นมันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ผมไม่รู้ว่าวันนี้ผมโตเป็นผู้ใหญ่หรือยัง แต่ผมก็ได้สะสมประสบการณ์มากมายเลยล่ะ


ผมป่วย .. ช่วงก่อนหน้าที่ "Nice na Kokoroiki"* จะเปิดตัว .. ดังนั้นจู่ๆผมก็มีเวลาว่างขึ้นมา ผมเลยลงเอยด้วยการคิดวนไปวนมาเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับอนาคต .. มันยากนะ .. ผมได้ลิ้มรสของความร้อนรนของการไม่สามารถที่จะทำอะไรได้

การมีชื่อวงว่า 'อาราชิ' แรกๆผมก็รู้สึกว่ามันแปลก แต่ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าอัศจรรย์ดีออกและผมก็ชอบตัวคันจิของมันด้วย .. เพราะว่าอาราชิเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม 365 วันเป็นวันของอาราชิครับ


ในด้านการทำงานส่วนตัว .. การที่ผมได้ร่วมงานกับคุณ ชิมูระ เคน ผู้ซึ่งผมได้ดูเค้าทางทีวีตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาเป็นอาราชิ .. ผมถือว่าผมได้รับโอกาสให้ได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ผมมีอิสระจะทำในสิ่งที่ผมต้องการ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย .. ทุกๆการบันทึกเทปมันสนุกตื่นเต้นมากครับ!

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

Matsumoto Jun


เวลาที่ผมได้อยู่กับอาราชิ และ ความลงตัวนั้น ให้ความรู้สึกที่ดีมากเลยครับ

 

 

ตอนแรกทีผมได้ยินชื่อวงว่า 'อาราชิ' ผมคิดจริงๆนะว่า "นี่มันต้องไม่เวิร์คแน่ๆ" แต่ผมก็รู้สึกดีใจที่ได้เดบิวอยู่ดี .. มันรู้สึกแปลกที่วงรุ่นพี่มีชื่อวงเป็นตัวอักษรอังกฤษกันหมด .. แต่ในที่สุดผมก็เริ่มชินกับมัน


มันเป็นสิบปีในช่วงที่พวกเราเป็นวันรุ่นพอดี แต่ในขณะที่พวกเราเติบโตและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น บุคคลิกพื้นฐานของแต่ละคนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย .. คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ? พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเราห้าคนคงต้องพูดว่ามัน'ลึกซึ้งขึ้น' หรือไม่ก็ 'แข็งแกร่งขึ้น'


ในการทำงานเดี่ยวก็จะมีผมอยู่แค่เพียงคนเดียวในห้องแต่งตัว (หัวเราะ) แต่ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ผมอยากให้มันเป็นการรวมพลังกัน เป็นแรงผลักดันด้านบวกที่เรามีให้แก่กันและมีให้อาราชิ ดังนั้นผมจะมีความสุขทุกครั้งเมื่อมีคนให้ความสนใจในอาราชิเพราะอาราชิเป็นวงที่ร้องเพลงประกอบละครที่ผมแสดง .. การเป็นเหมือนเสียงประสานที่กลมกลืนเป็นบุคลิกพิเศษของวงเรา

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Ninomiya Kazunari


คอนเสิร์ตแรก ละครเรื่องแรก ความทรงจำเกี่ยวกับการเริ่มต้นเหล่านั้นยังคงอยู่

 

 

การได้อยู่มาถึงสิบปีนั้นไม่มีอะไรที่ผมจะนึกออกมากไปกว่า 'อาราชิ'และอะไรที่เกี่ยวกับอาราชิประมาณนั้นน่ะ ดังนั้นผมจึงคิดว่า "นี่มันสุดยอดมากเลยเน้"

ฮาวาย .. ที่ที่เราไปเปิดตัวการเดบิวมันไกลมากเลยนะนั่นน่ะ (หัวเราะ) ผมค่อนข้างประหลาดใจที่ได้รู้ว่าวงจะได้ชื่อว่า 'อาราชิ' ซึ่งผมไม่ได้จะชอบมันเท่าไหร่หรอก (หัวเราะ) แต่ผมก็ไม่ชอบชื่ออื่นๆที่เสนอมาด้วยเหมือนกัน

ผมยังจำคอนเสิร์ตแรกของพวกเราได้อย่างชัดเจน! ตอนนั้นพวกเรากังวลกันมาก "จะมีคนสนใจที่จะมาดูเราโดยเฉพาะเลยเหรอ?" ตอนนั้นพวกเรายังไม่มีเพลงเป็นของตัวเองเลย (หัวเราะ) แต่ก็มีคนจำนวนมากมาดูและให้ความสนใจเรา ดังนั้นพวกเราจึงดีใจมากเลยครับ


ด้านงานส่วนตัว ผมได้ทำงานมาทั้งหมด 13 ปี ถ้ามองในมุมนั้นมันก็แซงหน้า 10 ปีของอาราชิซะอีกนะเนี่ย


ละครเรื่องแรกของผมได้เกิดขึ้นก่อนหน้าจะมีอาราชิ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม งานในช่วงเริ่มแรกของผมจะเป็นอะไรที่ผมคงไม่มีวันลืมมันเลย!

 

 

 

credit: translation from Japanese to English to say-it-again@LJ

credit: translation from English to Thai by me (feel free to use as you please, you guys don't need to credit me. But I do not gaurantee the accuracy :P)

 

 

 

Nino : Interview from Best Stage on butai

posted on 20 Jul 2009 19:00 by lilitu

 

 

- ได้ยินมาว่าปกติแล้วคุณจะจดจำสคริปก่อนจะมีการรีเฮิร์สซ่อล ไม่ทราบว่าครั้งนี้ยังใช้วิธีเดิมอยู่หรือเปล่า


นิโนะ: เปล่าครับ ครั้งนี้ผมเลือกที่จะไม่ท่องจำอะไรเลย ครั้งแรกที่ผมได้เริ่มอ่านสริปก็ตอน honyomi เลย ครั้งนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่อ่านหรือท่องจำสคริปก่อนรีเฮิร์สซ่อล คุณอาจจะสงสัยว่าทำไม ผมก็ตอบไม่ได้เพราะผมแค่รู้สึกว่าไม่อยากจะทำแบบนั้นเอง และมันก็ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่มีเวลานะ การเตรียมตัวของผมในครั้งนี้คือ ผมจะอ่านสคริปอย่างคร่าวๆ ให้พอรู้ว่า อื้ม .. เรื่องราวเป็นอย่างนี้นี่เอง ในวันแรกของการ รีเฮิร์สซ่อล เราทั้งหมดอ่านสคริปด้วยกัน และ ทำเวิร์คช่อปเพื่อที่จะถกกันเรื่องคาแรคเตอร์ของตัวละคร .. ซึ่งผมก็ไม่ค่อยจะถนัดสักเท่าไหร่ 55

- ครั้งนี่คุณได้ทำงานกับผู้กำกับที่มีชื่อเสียงเช่น Mr. Ackerman เป็นครั้งแรก


นิโนะ: เขาใส่ใจในรายละเอียดมากเลยครับ แล้วผมก็ได้ค้นพบว่าผูกำกับที่ยิ่งใหญ่อย่าง Mr. Ackerman นี่ใจดีมากเลยล่ะครับ! เขาใจดีกับทุกๆคน และตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ด้วยครับ ในแง่นึงการแสดงก็การท้าทายการจินตนาการของตัวเอง แต่ Mr. Ackerman ไม่ใช่ผู้กำกับที่จะบอกว่า 'คุณไปคิดมาให้ออก!'

เขาจะเสนอคำแนะนำต่างๆให้คุณ เช่น 'แบบนี้ดีมั้ย..?' เขาเสนอทางเลือกให้กับคนที่กำลังติดคิดไม่ออก กระบวนการการคิดงานให้ออกมันสำคัญกว่าผลลัพท์เสียอีก ฉะนั้นครั้งนี้เวลาผมไม่สามารถจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ผมก็จะพูดออกไปตรงๆเลย (หัวเราะ) ผมไม่ใช่ประเภทที่จะสามารถวิเคราะห์ตัวละครในมุมมองของคนทั่วไปได้ มีหลายอย่างที่ผมจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อผมได้เริ่มแสดงเป็นตัวละครนั้นๆแล้ว

- บรูโน่, ตัวละครที่คุณจะสวมบทบาทในครั้งนี้เป็นคนเสียสติที่ก่อคดีฆาตกรรม คุณรู้สึกว่ามันยากไหมในการที่จะต้องทำความเข้าใจตัวละครตัวนี้

นิโนะ: ไม่นะครับ ผมไม่ได้คิดว่าเขา (บรูโน่) เสียสติ .. เขาค่อนข้างจะมีเหตุผลด้วยซ้ำ เมื่อวานตอนที่ผมอ่านสคริปกับเพื่อนนักแสดงผมก็เริ่มค้นพบว่าเขา (บรูโน่) นี่เป็นคนธรรมดาที่ฉลาดคนนึงเลยล่ะ คาแรคเตอร์ของเขาค่อนข้างจะซ้อนทับกับคาแรคเตอร์ของชูอิจิ ที่ผมเล่นในละครเรื่อง 'Ao no Honoo'

- ชูอิจิวางแผนฆาตกรรมเพื่อที่จะปกป้องครอบครัวจากพ่อที่ชอบใช้ความรุนแรงใช่ไหม?

นิโนะ: ผมเริ่มจากการที่แสดงบทบาทเป็นชูอิจิในแบบที่ค่อนข้างจะเสียสติ แต่ผมก็ถูกบอกให้แสดงแบบธรรมดา เมื่อคุณนึกถึงชูอิจิ เขาไม่จำเป็นต้องเสียสติ

- คุณคิดว่าบรูโน่เป็นตัวละครที่น่าสนใจหรือเปล่า?


นิโน่: ผมคงจะเล่นโยโย่ฆ่าเวลาไปแล้วล่ะ ถ้าบทพูดมันไม่ได้ยาวซะขนาดนั้น .. บรูโน่พูดตลอดเวลา เขาทำให้ผมรำคาญตรงที่พูดมากนี่แหละ (หัวเราะ) ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าตัวละครหัวไหนที่ไม่ปกติที่สุด ผมคิดว่าคงจะเป็นนาโอยะจาก 'Shibuya kara tooku hanarete'

- นั่นเป็นละครที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมากเลยนะ Meisaku สร้างโดย Yukio และ Iwamatsu Ryou ใช่ไหม?


นิโนะ: มันเป็นละครที่ดีครับ แต่ผมน่ะไม่สามารถจะเล่นบทบาทนั้นได้อีกแล้ว เพราะผมได้สูญเสียจิตใจบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มไปซะแล้ว (หัวเราะ)

มันค่อนข้างจะออกนอกลู่นองทางนิดหน่อยนะสำหรับ Shibuya  มันไม่ใช่แค่บทบามอย่างเดียวนะครับที่ไม่ปกติ ละครทั้งเรื่องเลยต่างหากที่ไม่ค่อยจะปกติ ผมมักจะไปถึงโรงละคร 15 นาทีก่อนละครจะเริ่ม แล้วก็ขึ้นเวทีในชุดเสื้อผ้าลำลองของผมเองเลย ตารางการแสดงของละครเรื่องนี้จะแต่งต่างและเปลี่ยนไปเรื่อยๆด้วยครับ วันก่อนหน้าวันแสดงวันสุดท้ายของละครเรื่องนี้ เหล่านักแสดงไม่ต้องการที่จะให้ละครจบ อย่างนั้นละครเลยยืดยาวออกไปอีก 15 นาที เพราะนักแสดงทุกคนจะแสดงกันช้าลง และ ผู้กำกับก็โมโหมากเลยล่ะครับ

- ดูเหมือนว่าคุณมักจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับคนดังจากสาขาต่างอย่าง Yukio, Iwamatsu Ryo และ Clint Eastwood และครั้งนี้คุณก็ได้ทำงานกับ Mr. Ackerman

นิโนะ:  นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าผมเก่ง ฉะนั้นผมจึงดึงดูดคนประเภทเดียวกัน .. RUI HA TOMO WO YOBU หัวเราะ แต่มันจะไม่มีความหมายอะไรเลยที่จะสร้างสรรอะไรที่สุดยอดหรือทำงานกับคนเก่งๆ ถ้าสิ่งนั้นมันไม่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆได้

ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าคนที่เข้าใจละครเวทีเท่านั้นที่ควรจะมาดูละครเวทีของเรา อีกอย่างละครเวทีเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าแค่เล่นแบบเดิมก็เท่ากับว่าไม่ได้สร้างสรรอะไรที่แปลกใหม่ ฉะนั้นผมจึงคิดว่าผมจะต้องแสดงให้ดีเป็นพิเศษในละครเรื่องนี้

- คุณบอกว่าละครเรื่องนี้ไม่ใช่ละครใหม่และได้ถูกนำมาแสดงแล้วหลายครั้ง ดังนั้นคุณจึงจะสวมบทบาทและแสดงละครเรื่องนี้ให้ดีที่สุด


นิโนะ: ผมเข้าใจอย่างนั้นนะ

 

- นิโนมิยะซึ่งเป็นผู้ใหญ่ผู้ซึ่งไม่มีหัวใจของเด็กหนุ่มอีกต่อไปจะสวมบทบาทที่เป็นผู้ใหญ่ในครั้งนี้ใช่ไหม?


นิโนะ: ใช่แล้วครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด (หัวเราะ) ผมรู้ว่านี่อาจจะฟังดูประหลาด แต่ใน Strangers on a train ผมจะ"แสดง" .. คุณอาจจะคิดว่ามันเหลือเชื่อแต่บ่อยครั้งที่ผมไม่รู้สึกว่าผมแสดงอยู่ คนมักจะพูดอยู่เสมอว่าผมแสดงได้เป็นธรรมชาติ .. ได้มาทำรีเฮิร์สซ่อลของเรื่องนี้ทำให้ผมได้พบความจริงว่าผมไม่เคยผ่าน"ประสบการณ์ในการแสดง"มาก่อน .. ดังนั้น ครั้งนี้คุณจะได้พบกับ Ninomiya Kazunari ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม

 

 

 

กรี๊ดๆๆๆๆ ขอกรี๊ดดังๆ

ขออวยเมนตัวเองหน่อยเหอะ .. โนะเธอทำชั้นปลื้มมากมาย tEAry EyEs

Ackerman ชมด้วยอ่ะว่าเก่งและมีสัญชาติญาณในการแสดงเหมือน ริชาร์ด เกียร์ เมอรรีล สรีพ tEArs0fj0y

 

 

 

The above article is translated into thai by me from an english translated article by ozarashi@vox